บทที่ 3 พลาด NC20+ 1-1
CHAPTER 2
พลาด NC20+
หลังจากนั้นเดหลีก็ไม่ได้พูดจาอะไรออกมาอีกเลย คีรินจึงถือวิสาสะพาเธอไปสงบสติอารมณ์ที่คอนโดของเขา เมื่อครั้งสองคนเผชิญหน้ากัน เดหลีค่อยตั้งคำถาม
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
ชายหนุ่มรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องถาม จึงตอบเสียงเรียบ “เป็นนางเอกหน้าใหม่ที่กำลังเป็นกระแสที่สุดในตอนนี้ บริษัทของรันกำลังปั้นอยู่”
ไล้สายตาตามกรอบหน้าซีดเผือดของหญิงสาว ยื่นนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกตาออกแล้วหยิบผ้าขนหนูมาให้เธอซับผม
หญิงสาวรับมาพลางกล่าวขอบคุณ นัยน์ตาคู่คมไม่รู้ขบคิดอะไรอยู่ มันถึงได้ดูเรียบนิ่งจนน่าใจหาย คีรินเม้มปากใคร่ครวญอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนหยิบแฟลชไดร์ฟส่งให้เธอ
“ในนี้มีข้อมูลของผู้หญิงคนนั้นอยู่ ถ้าอยากรู้รายละเอียดอย่างอื่นคุณก็เอาไปใช้ได้”
เดหลีรับแฟลชไดร์ฟมาพลางประชดประชัน “เด็กปั้น แค่เด็กปั้นคนหนึ่งเท่านั้นเอง”
เม้มปากกลั้นเสียงหัวเราะ ส่วนลึกในดวงตาแฝงประกายกร้าวอย่างน่ากลัว คีรินผู้เป็นตัวต้นเรื่องแอบสะท้านวาบทั้งหัวใจ รวบมือหญิงสาวแล้วว่า
“อยากดื่มสักหน่อยไหม”
กลืนน้ำลายขมฝาด พยักหน้าเล็กน้อย “ดื่มหน่อยก็ดีเหมือนกัน”
ได้ยินเช่นนั้นคีรินก็เข้าไปค้นกระเป๋าเดินทาง เขาจำได้ว่าซื้อวิสกี้สองสามขวดมาเป็นของฝากพ่อ เปิดฝารินให้หญิงสาวแก้วหนึ่ง เฝ้ามองเธอดื่มจนหยดสุดท้ายแล้วถาม
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป”
เดหลีเอียงคอ หวนนึกถึงหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดสามี
“...ฉัน...ไม่รู้...”
ไม่ผิดจากที่คาดเท่าไหร่
แน่ล่ะว่าเดหลีต้องไม่รู้ เนื่องจากเธอแต่งงานอยู่กินกับคีรันมาเจ็ดปี ก่อนหน้านั้นยังคบหาเป็นแฟนอีกกว่าหกปี นับรวมแล้วพวกเขาน่าจะรู้จักกันเกินสิบสามปี เช่นนั้นความรักความผูกพันระหว่างคนทั้งคู่ย่อมเป็นอะไรที่ยากตัดขาด จะสับสนไปบ้างมันเป็นเรื่องธรรมดา
ชายหนุ่มให้เวลาเธอไตร่ตรองเพิ่มอีกหน่อย รอให้ความคิดตกผลึกหญิงสาวคงจะหาทางออกได้เอง กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าไหร่ก็สุดรู้ หันมาอีกทีหญิงสาวก็ดื่มวิสกี้ไปคนเดียวครึ่งขวดแล้ว
คีรินรีบฉวยแก้วของเธอมาถือไว้ ทำเอาสาวเจ้านิ้วหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ “เอาคืนมานะ”
ชายหนุ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที “คุณดื่มเยอะเกินไปแล้ว ข้าวเย็นยังไม่ได้ทานเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ได้ปวดหัวพอดี”
หญิงสาวสนใจที่ไหน ตอนนี้สิ่งที่พอจะช่วยให้สมองของเธอหยุดทำงานได้ มีเพียงแอลกอฮอล์พวกนี้แหละ
ฉวยวิสกี้ทั้งขวดมากรอกเข้าปาก ลิ้มรสขมปร่าดวงตาเริ่มพร่าเลือน “เดิมทีวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของพวกเรา แต่เขาเหมือนจะลืมไปแล้ว”
คีรินมองหญิงสาวนิ่งงัน
เมาแล้วสินะ
แย่งขวดวิสกี้มาถือไว้เอง "ดื่มน้อยๆ หน่อย"
แต่เดหลีไม่สนใจ "เอามาให้ฉันเถอะ ตอนนี้มีแค่มันแล้วที่ปลอบใจฉันได้"
ประโยคหนักอึ้งทำให้นิ้วมือชายหนุ่มสั่นระริก “รักเขามากขนาดนั้นเลย?”
“ถามอะไรอย่างนั้น ถ้าไม่รัก ฉันจะยอมทนขนาดนี้ไปเพื่ออะไร”
ยอมสละงานที่กำลังไปได้สวยมาเป็นแม่บ้าน ไม่เว้นวันต้องรองรับอารมณ์แม่สามี
เธอจะทำเช่นนี้ไปทำไมถ้าไม่ใช่เพราะรักเขา!
ส่ายหัวที่เริ่มหนักอึ้ง หันมาทางคีรินแล้วถามเสียงแผ่ว “ว่าแต่คุณเถอะ เอาเรื่องนี้มาบอกฉันทำไม”
คีรินไม่ได้ตอบในทันที ส่วนเดหลีเองก็ไม่ได้อยากฟังเท่าไหร่ ถามเสร็จก็หันกลับมาดื่มต่อ คำต่อคำ อึกต่ออึก เอาไปเอามาก็เมาจนจำทางกลับบ้านไม่ได้ คีรินจึงอุ้มพาเธอไปพักผ่อนในห้อง หญิงสาวที่เมามายจ้องคางเรียวของชายหนุ่มอยู่ตลอดเวลา อาจเพราะเขากับสามีมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันเกินไป มันถึงทำให้เธอสับสนไปชั่วขณะ
ดึงคอเสื้อเขาเอาไว้ “ทำไมถึงนอกใจฉัน” น้ำตาที่อดกลั้นมาตลอดเมื่ออยู่ต่อหน้าคีริน ตอนนี้กำลังหลั่งไหลต่อหน้าผู้ที่เธอคิดว่าเป็นสามี “บอกมาสิ ฉันไม่ดีตรงไหน มีอะไรบ้างที่ฉันทำเพื่อคุณไม่เพียงพอ”
คีรินขมวดคิ้วยุ่งยากใจ พยายามคลายมือหญิงสาวออกจากคอเสื้อ ทว่าเดหลีเหมือนจะปักใจเชื่อว่าเขาคือคีรัน จึงยิ่งออกแรงหนัก ไม่ยินยอมให้เขาเฉไฉ
“เดหลี คุณฟังนะ ผมคือคีริน ไม่ใช่คีรัน”
ทว่าเดหลีกลับส่ายหน้า ในห้วงความคิดเธอผู้ชายตรงหน้าคือสามีสารเลวของตัวเอง จึงง้างมือตบหน้าเขาไปหนึ่งที ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงรวดร้าว
“คนสารเลว”
ตบนั้นรุนแรงทำเอามุมปากของชายหนุ่มหลั่งเลือด เขาใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มก่อนจะขึ้นคร่อมหญิงสาวพลางจ้องเธอเขม็ง
“ได้ตบแล้ว พอใจรึยัง”
“ไม่พอ แค่นี้มันจะพอได้ยังไง” เพราะฉะนั้นอีกฉาดจึงตามมา อย่าดูถูกผู้หญิงที่ทำงานบ้านเชียว เรี่ยวแรงของเธอน้อยเสียที่ไหน ดังนั้นลูกตบนี้จึงเปรียบได้กับนักกีฬาบอลเลย์บอลที่ตบลูกทำคะแนน
คีรินจัดระเบียบใบหน้า ขบกรามข่มอารมณ์คุกรุ่น และตอนนั้นเองที่หญิงสาวอยู่ดีๆ ก็ซบหน้าลงบนอกเขาพลางส่งเสียงสะอื้น
เปลี่ยนอารมณ์ไปอีก!
ชายหนุ่มได้แต่ปลอบโยนอย่างอ่อนใจ
“อย่าร้องไห้เลย เขาไม่ได้มีค่าถึงขนาดทำให้คุณต้องเสียน้ำตา”
